วิธีการซื้อการ์ดหน้าจอ (Graphic card) ให้ตรงกับการใช้แรงงาน!

วิธีการซื้อการ์ดหน้าจอ (Graphic card) ให้ตรงกับการใช้แรงงาน!
Posted 10.05.2020 | มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์
การ์ดหน้าจอหรือที่ถูกใจเรียกกันสั้นๆว่า VGA หรือ GPU นั้นคนอีกหลายคนน่าจะรู้จักแล้วก็รู้อยู่แล้วว่าการ์ดหน้าจอปฏิบัติหน้าที่เป็นส่วนทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นสำหรับการดำเนินการให้กับ คอมพิวเตอร์ของพวกเรานั่นเอง อีกทั้งในส่วนของการเล่นเกมและก็การทำงาน แม้กระนั้นการ์ดจอนั้นมีรุ่นคุณภาพ รวมทั้งข้อจำกัดการใช้แรงงานต่างๆนาๆ วันนี้ ComputeAndMore จะบอกหนทางเลือกซื้อการ์ดหน้าจอให้เหมาะสมแก่พวกเราแบบจัดเต็ม

 

ผู้สร้างการ์ดหน้าจอ
การ์ดจอนั้นมีผู้สร้าง ชิพการ์ดสำหรับปฏิบัติงานอยู่หลัก 2 เจ้าในตลาด โน่นเป็น Nvidia (AKA. ค่ายเขียว) และก็ AMD (AKA. ค่ายแดง) ที่เรียกว่าผลิตตัวชิพการ์ดมาอีกทั้งในส่วนของ Gaming และก็ Workstation นั่นเอง โดยในส่วนของ Gaming นั้นจะพิเศษหน่อยตรงที่ว่าแบรนด์ต่างๆจะร่วมเอาชิพการ์ดจาก AMD/Nvidia นั้นจะเอาชิพการ์ดไปวางแบบคุ้นเคยต่อด้วย ซึ่งต่างกับ Workstation ที่โดยมากทาง AMD/Nvidia นั้นจะทำออกมาขายคุ้นเคยนั่นเอง โดยพวกเราสามารถสังเกตว่าการ์ดหน้าจอตัวไหนเป็น Gaming หรือ Workstation ได้จากชื่อรุ่นตามข้างล่างนี้เลย

 

การ์ดหน้าจอออนกระดาน กับ การ์ดหน้าจอแยกเป็นอย่างไร
การ์ดหน้าจอแบบออนกระดาน (On-board VGA)หมายถึงการ์ดหน้าจอที่ในคอมพิวเตอร์ราคาย่อมเยาโดยส่วนมากแบบออนกระดานนั้นจะมีมาพร้อมกับตัว CPU เลย ( CPU บางรุ่นก็ไม่มีนะจำเป็นต้องถามไถ่ก่อนซื้อดีๆ) โดยประสิทธิภาพการ์ดหน้าจอแบบออนกระดานนั้นเรียกว่าใช้งานแก้ขัดดียิ่งกว่า สามารถใช้งานได้ปานกลาง ไว้ใช้ดูหนัง ฟังเพลง แล้วก็ ใช้งานปกติ หากเล่นเกมที่กราฟฟิกออกจะหนักก็ไม่ไหวเช่นเดียวกันนั่นเอง
การ์ดหน้าจอแยก (VGA) จากที่พวกเราได้บอกไป การ์ดหน้าจอแยกเดี๋ยวนี้มีตั้งแต่ว่าตัวถูกไล่ไปแพง แต่ว่าส่วนใหญ่ประสิทธิภาพสำหรับการใช้งานนั้นจะดีมากยิ่งกว่า On-Board VGA ในอีกระดับ การ์ดหน้าจอแยกนั้นปรารถนาช่อง PCI-E สำหรับใช้ในการเชื่อมต่อ VGA ขั้นต่ำ 1 ช่องนั้นเอง

 

หลักพิเคราะห์สำหรับในการเลือกซื้อการ์ดหน้าจอ
อย่างที่พวกเราเข้าใจกันอยู่ว่าการ์ดหน้าจอในตลาดนั้นมีหลายรุ่น หลายแบรนด์ หลายพัดลม หลายสีสันมากมายๆหากพวกเราจะเลือก VGA ดีๆควรมีแนวทางพินิจพิเคราะห์อะไรบ้าง วันนี้พวกเรามาดูไปร่วมกันเลย

 

1.รูปแบบของการนำไปใช้งาน
การ์ดจอนั้นมีหลายรุ่นอย่างที่รู้ดี โดยสเป็คก็จะไม่เหมือนกันออกไป โดยจัดชนิดและประเภทตามการใช้แรงงาน ซึ่งพวกเราสามารถแบ่งเป็น 3 รุ่นสำคัญๆได้ดังต่อไปนี้
1. การ์ดหน้าจอทั่วๆไป หรือ ออนกระดาน : พูดได้ว่าเป็นการ์ดหน้าจอที่ใช้ในการทำงานทั่วๆไป ฟังเพลง เล่นเกมปกติขำๆมิได้เล่นเกมกราฟฟิกระดับที่ค่อนข้างสูง เพียงพอไปวัดไปวาได้ส่วนมากมายก็จะเป็นรุ่นการ์ดรุ่น GT ของ Nvidia หรือ HD ของ AMD นั่นเอง
2. การ์ดหน้าจอสำหรับดำเนินการ : เหมาะสมแก่การทำงาน Render กราฟฟิก ปฏิบัติงานวาดรูปสเกล สำหรับผู้ที่ใช้งานโดยไม่เอามาเล่นเกมเป็นหลักนั่นเอง แต่ว่าใช่ว่าการ์ดนี้ไม่สามารถที่จะเล่นเกมได้นะ ยังคงเล่นเกมได้แม้กระนั้นสมรรถนะบางครั้งอาจจะไม่พอๆกับการ์ดหน้าจอเล่นเกมที่ราคาแพงเสมอกันนั่นเอง หรือบอกให้ถูกเป็น เลือกให้ตรงกับการใช้แรงงานจะยอดเยี่ยม โดยการ์ดหน้าจอปฏิบัติงานจะมีรหัสเป็น Quadro, Tesla ของ Nvidia แล้วก็ Firepro, Vega สำหรับ AMD
3. การ์ดหน้าจอสำหรับเล่นเกมส์ : หรือพูดได้ว่าเป็นการ์ดหน้าจอที่ประสบพบเห็นได้ง่ายตามตลาดทั่วๆไปนั่นเอง เป็นการ์ดหน้าจอที่ใช้สำหรับทำงานและก็เล่นเกมส์ โดยเหมาะสมแก่การแสดงผลที่ค่า Frame per second สูงๆยิ่งกว่านั้นยังย้ำในเรื่องของ Resolution ที่มีความละเอียดสูงอีกด้วย แต่ว่าจะมีข้อเสียที่รับประทานไฟสูงกว่าการ์ดหน้าจอปฏิบัติงานนั่นเอง โดยจะมีรหัสเป็น Geforce GTX,Geforce RTX ของ Nvidia รวมทั้ง Radeon,Radeon RX ของ AMD นั่นเอง

 

2. ปริมาณ CUDA CORE (Nvidia) หรือ Stream Processor (AMD)
เป็นอีกส่วนที่สำคัญมากสำหรับในการพินิจแนวทางในการเลือกซื้อการ์ดหน้าจอ โดยเจ้า Core กลุ่มนี้จะปฏิบัติหน้าที่เหมือน CPU เลยแต่ว่าหลายคนสงสัยเพราะเหตุใดมันถึงมีล้นหลามขนาด 1000-2000 cores ก็เนื่องจาก เจ้า Cores พวกนี้มิได้ดำเนินการแบบ Multitasking รวมถึงออกจะช้ากว่า CPU อีกด้วย ซึ่งเจ้า Core พวกนี้ล่ะที่ใช้เพื่อการคำนวณ Pixel บนจำสำหรับแสดงผลของพวกเรานั่นเอง ซึ่งแปลว่า ยิ่งมีปริมาณคอร์มากแค่ไหนก็จะยิ่งแสดงผลลัพธ์ภาพได้ไวขึ้นนั่นเอง

3. หน่วยความจำ (Memory)
การ์ดจอนั้นจะมีหน่วยความจำสำหรับเพื่อการรับส่งข้อมูลไปให้ CPU ประเมินผลโดย VGA บางรุ่นสามารถปฏิบัติหน้าที่ประเมินผลแทน CPU ได้ ทำให้ CPU ไม่ต้องแบกภาระสำหรับเพื่อการประเมินผลนั่นเอง ซึ่งทำให้ดำเนินงานได้เร็วขึ้น นั่นเอง ซึ่งถ้าหากซีพียูมีหน่วยความจำมากมายๆก็จะรับข้อมูลที่ได้รับมาจาก ซีพียูมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
แม้กระนั้นสิ่งหนึ่งที่ควรจะรู้ไว้เป็นถึงแม้ว่าจะมีความจำมากมายขนาดไหนแม้กระนั้นถ้าหาก Bandwidth และก็ Bus width น้อยก็ไม่บางทีอาจให้สมรรถนะดีๆได้นั่นเอง พูดอีกนัยหนึ่ง Bandwidth และก็ Bus Width นั้นราวกับเป็นวิถีทางการรับส่งข้อมูลซึ่งถ้าหากว่าค่า Bus Width สูงก็ดังหนทางที่กว้างสามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นไหลลื่นขึ้นซึ่งแม้กระทั่งการ์ดหน้าจอที่มี RAM เพียงแต่ 3 GB มีค่า Bus Width สูงขึ้นยิ่งกว่าย่อมมีคุณภาพกว่าการ์ดหน้าจอ RAM 4GB แม้กระนั้นมีค่า Bus Width น้อยนั่นเอง

4. ความเร็วสำหรับเพื่อการประเมินผล (Clock speed)
Clock speed หมายความว่าความเร็วสำหรับการประเมินผลของ Core ข้างในการ์ดจอนั้นๆด้านใน 1 วินาทีนั่นเอง ยิ่งหากมีความเร็วสำหรับเพื่อการ Clock speed มากแค่ไหนก็ยิ่งดี ได้แก่ ใน 1 วินาที สามารถดำเนินงานประเมินผลได้ 2 ล้านครั้ง ถ้าเกิดมี core อยู่ 2000 cores ก็มีความหมายว่า ใน 1 วินาทีจะแสดงผลลัพธ์ได้ 4000 ล้านพิกเซลนั้นเอง หากมีความเร็วมากขึ้นก็จะยิ่งแสดงผลลัพธ์ได้มากขึ้น ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

5. ความเข้ากันได้กับ CPU ที่ใช้งานอยู่
หลายท่านอาจเคยทราบคำว่า คอขวด (Bottle Neck) กันมาบ้างแล้ว แม้กระนั้นบางทีอาจจะรู้เรื่องไหมรู้เรื่องกัน ซึ่งก็คืออาการที่การ์ดจอกับ CPU ปฏิบัติงานไม่เกี่ยวข้องกันเพราะว่า มีคุณภาพที่ไม่เหมือนกันเหลือเกิน เช่น พวกเราใช้ CPU ที่ไม่ค่อยแรงมากมาย และก็การ์ดหน้าจอระดับท็อปแต่ว่า เมื่อเล่นเกมไปสักระยะ กำเนิดอาการกระตุกแม้ว่า CPU ดำเนินการเต็มกำลัง 100% มันมีเหตุที่เกิดจากอาการคอขวดที่ CPU ประเมินผลไม่มัน รวมทั้ง ช้ากว่าการ์ดหน้าจอที่คอยประเมินผลนั่นเอง ซึ่งแปลว่าพวกเราควรจะจัดสเป็คให้มีคุณภาพที่ใกล้เคียงกัน ไม่เด่นหรือด้อยด้านใดด้านหนึ่งกระทั่งเกินความจำเป็นนั่นเอง

 

6. ระบบระบายความร้อนของการ์ดหน้าจอ
เรียกว่าเป็นอีกส่วนใดส่วนหนึ่งที่พวกเราจะต้องตรึกตรองเนื่องจากเมื่อมีการปฏิบัติงานจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าไปก็ย่อมก่อให้เกิดความร้อนและก็ความร้อนย่อมทำให้ความสามารถของการทำงานนั้นลดน้อยลงไปได้ถ้าหากไม่มีการระบายความร้อนนั่นเอง ซึ่งการระบายความร้อนใน VGA นั้นโดยมากจะพิเคราะห์ด้วยลักษณะของปริมาณพัดลม วางแบบใบพัด ไปจนกระทั่ง Copper Heat pipe หรือ ท่อทองแดงที่อยู่ข้างในการ์ดจอนั่นเองยิ่งถ้าเกิดมี Heat pipe มากก็จะมีหนทางให้ระบายความร้อนได้ไวเพิ่มขึ้นนั่นเอง

7. Power supply (PSU) พอเพียงหรือเปล่า
เป็นอีก 1 ใจความสำคัญสำหรับผู้ใดกันแน่ที่อยากอัพเกรดสเป็คเพราะว่าการ์ดหน้าจอเป็นสิ่งที่ใช้ไฟเยอะแยะที่สุดรวมทั้งถ้าหากว่าพวกเรามี Power Supply ตัวที่ดีมีคุณภาพ มันก็จะสามารถจ่ายไฟฟ้าไปเลี้ยงได้พอเพียงรวมทั้งในเวลาเดียวกันถ้าหากว่าพวกเรามี Power Supply ที่ไม่สมาคมหรือมีคุณภาพน้อยกว่ากับตัวการ์ดจอก็อาจส่งผลให้ส่วนประกอบบางตัวในคอมพิวเตอร์ของพวกเรานั้นไหมก็ได้ ทางที่ดีควรจะไตร่ตรองในส่วนนี้เพิ่มไปด้วย

 

8. เหมาะสมกับ Case ที่พวกเราใช้ไหม
การ์ดจอนั้นมีแบบอย่าง Form factor อยู่นานัปการแบบ ด้วยเหตุผลดังกล่าวก่อนที่จะกระทำการซื้อควรเรียนให้ดีก่อนว่า พวกเราสามารถนำมันใส่ประกอบไปได้จริงๆหรือเปล่า ด้วยเหตุว่าบางครั้งเคสบางครั้งอาจจะสั้นเกินความจำเป็น หรือ ไปติดเครื่องใช้ไม้สอยอื่นๆได้อีกด้วย เป็นต้นว่า ถ้าหากพวกเราเล่นเคสแบบ Mini ITX จะให้ใส่แบบ 3 พัดลมก็อาจจะทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ควรเล่นการ์ดแบบ Mini ด้วยเช่นเดียวกัน

 

SLI Bridge หรือ Crossfire จำเป็นต้องไหม ?
SLI หรือ Crossfireหมายถึงการทำงานแบบ Multi-GPU หรือการทำงานโดยใช้การ์ดหน้าจอ 2 ใบขึ้นไปช่วยเหลือกันประเมินผลนั่นเองโดย SLI เป็นชื่อเรียกของ Nvidia ส่วน Crossfire เป็นชื่อเรียกของทาง AMD โดยมีข้อกำหนดว่าการทำ SLI หรือ Crossfire นั้นจำเป็นต้องใช้การ์ดหน้าจอที่อยู่ใน Series เดียวกัน ใกล้เคียงถึงจะก่อให้เป็นผลลัพธ์คราวดี และก็แน่ๆว่าการต่อการ์ดหน้าจอ 2 อักษรย่อมทำให้มีการประเมินผลได้เร็วขึ้น มีค่า fps ที่สูงขึ้น แต่ว่า! สิ่งที่ตามมาโน่นเป็น ค่าไฟฟ้าที่มากขึ้นจากการใช้พลังงานการ์ดหน้าจอ 2 ใบนั่นเอง ซึ่ง FPS ที่สูงขึ้นจริงๆนั้น บางครั้งก็อาจจะสนับสนุนได้บางส่วน ถ้าเกิดพวกเรามิได้ใช้การ์ดหน้าจอที่ตันสุดทางราคาสุดแพงจริงๆก็ไม่สมควรที่จะกระทำนั่นเอง

 

เกร็ดนิดหน่อยที่ควรจะรู้
– Resolution รวมทั้ง Refresh rate ก็ตรงกัน เคยไหมนะครับพวกเรามี Monitor 144Hz แต่ว่าพอประมาณงานจริงรู้สึกไม่ได้มีความแตกต่างกับ 60hz เลยเพราะว่าการลืมปรับตั้งค่า refresh rate ในส่วนนี้นั่นเอง
– เช็ค Port ของการ์ดหน้าจอให้ดีว่าเป็นแบบไหน อะไรบ้าง กี่พอร์ตกี่หน้าจอ เป็นต้นว่าหน้าจอของพวกเรามีช่องพอร์ตแบบ VGA รวมทั้ง DVI-D แค่นั้นแต่ว่า หน้าจอของพวกเรามีเพียงแค่ช่อง HDMI รวมทั้ง DISPLAY PORT ก็จะมีผลให้พวกเรามีปัญหาสำหรับเพื่อการเชื่อมต่อหน้าจอได้ด้วยเหมือนกัน
– เฟิร์มแวร์และก็ไดรเวอร์สำหรับในการใช้งานของการ์ดหน้าจอแบบ Workstation รวมทั้ง Gaming นั้นจะถูกวางแบบมาให้รองรับการทำงานไม่เหมือนกันเพื่อคุณภาพของการ์ดจอนั่นเอง โดย Workstation นั้นจะถูกวางแบบมาเพื่อรีดสมรรถนะของการ์ดหน้าจอ แม้กระนั้นถ้าเกิดเป็น Gaming จะเน้นย้ำไปที่สมรรถนะการทำงานร่วมกับ CPU เพื่อมีภาพของเกมออกมาเหมาะสมที่สุดนั่นเอง
– ถ้าหากให้เลือกถามคำถามว่าระหว่าง Nvidia และก็ AMD ค่ายไหนดีเยี่ยมที่สุดนั้นตอบได้เพียงแต่ ทั้งยัง 2 ค่ายมีจุดเด่น รวมทั้ง จุดด้วยแตกต่าง ล้วนแต่ดีด้วยกันทั้งสอง อยู่ที่พวกเราถูกใจเลยว่าต้องการทดลองค่ายไหนมากยิ่งกว่ากันนั่นเอง
– การวางการ์ดหน้าจอ หลายท่านอาจจะเคยได้เห็นการวางการ์ดหน้าจอในแนวดิ่ง ซึ่งการวางแนวดิ่งนี้จำเป็นต้องใคร่ครวญจากตัวเคสว่ามี Slot รองรับไหม รวมทั้งพวกเราควรต้องมีสาย Riser เพื่อเชื่อมระหว่าง Mainboard รวมทั้ง VGA เข้าด้วยกัน ทั้งผลกระทบจากการวางการ์ดหน้าจอแนวดิ่งอาจส่งผลให้กำเนิด Airflow ไหลผ่านลดน้อยลงก็เลยก่อให้เกิดอุณหภูมิการ์ดหน้าจอสูงได้อีกด้วย ด้วยเหตุนี้การวางแนวของการ์ดจอก็จำเป็นจะต้องคิดดีๆว่า พวกเราใช้งานการ์ดหน้าจอหนักไหม มีระบบระเบียบระบายความร้อนที่ดีพอเพียงหรือไม่นั่นเอง

สรุปท้ายที่สุด
หวังว่าผู้ที่ได้อ่านกันและคงพอเพียงรู้ข้อมูลเนื้อหาเกี่ยวกับการ์ดหน้าจอเพิ่มขึ้น และก็ พวกเราควรที่จะเลือกใช้เครื่องไม้เครื่องมือให้กับงาน สิ่งที่มีความต้องการสำหรับในการใช้งาน หรือ งบประมาณ ของพวกเรานั่นเอง ดูและจากนั้นก็มิได้ยากเกินความจำเป็นใช่ไหมหละ มาทดลองจัดสเป็คกันได้ตรงนี้ หรือ ถ้าหากมีคำถามเสริมเติมสามารถทักเข้ามาถามเหมาะเพจ ComputeAndMore ได้เลยด้วยเหตุว่าตรงนี้เป็นอีกระดับของประสิทธิภาพ